กลับไปหน้ารวมบทความ
เจาะลึกตลาดออฟฟิศกรุงเทพฯ ในยุคผู้เช่าครองเมือง: ทำไมซัพพลายล้นแต่ค่าเช่ายังนิ่ง?
อสังหาริมทรัพย์21 พฤษภาคม 2569

เจาะลึกตลาดออฟฟิศกรุงเทพฯ ในยุคผู้เช่าครองเมือง: ทำไมซัพพลายล้นแต่ค่าเช่ายังนิ่ง?

หลายคนคงกำลังสงสัยใช่ไหมคะว่า ท่ามกลางกระแสข่าวที่ว่าออฟฟิศในกรุงเทพฯ กำลังมีจำนวนมากจนล้นตลาด ทำไมเราถึงยังเห็นตึกใหม่ผุดขึ้นเรื่อยๆ และทำไมค่าเช่าดูเหมือนจะไม่มีทีท่าว่าจะขยับขึ้นเลย? จริงๆ แล้วปัญหาเรื่องพื้นที่สำนักงานว่างไม่ได้เป็นเรื่องน่าตกใจเพียงอย่างเดียว แต่มันคือสัญญาณของการ "ปรับเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง" ครั้งสำคัญที่คนทำธุรกิจและผู้ประกอบการต้องรู้ให้เท่าทันค่ะ

หากเราลองมองให้ลึกกว่าตัวเลขปริมาณพื้นที่ จะพบว่าหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือ "พฤติกรรมผู้เช่า" ที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ในอดีตบริษัทอาจมองหาแค่ทำเลและราคาที่เหมาะสม แต่ปัจจุบันผู้เช่ามีความละเอียดอ่อนและพิถีพิถันกว่านั้นมาก พวกเขามองหาอาคารที่มีคุณภาพ มีมาตรฐานการบริหารจัดการที่ดี และต้องคุ้มค่าต่อต้นทุนในระยะยาวไปพร้อมกันค่ะ

เมื่อคุณภาพคือตัวชี้วัดความอยู่รอด

การฟื้นตัวของตลาดสำนักงานในกรุงเทพฯ เริ่มเห็นสัญญาณบวกอย่างชัดเจนด้วยปริมาณการเช่าพื้นที่รวมกว่า 111,000 ตร.ม. และอัตราการเช่ารวมที่ไต่ระดับขึ้นมาอยู่ที่ 77.6% ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่ในขณะเดียวกัน ตลาดก็ยังคงเผชิญกับภาวะการแข่งขันที่รุนแรง สาเหตุหลักมาจากอุปทานใหม่ๆ ที่ทยอยเข้าสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจ้าของอาคารต้องงัดกลยุทธ์มาสู้กันอย่างหนัก ส่งผลให้ค่าเช่าเฉลี่ยยังคงทรงตัวหรือปรับลดลงเล็กน้อยที่ 847 บาทต่อ ตร.ม. ต่อเดือนค่ะ

สิ่งที่น่าสนใจคือ "ช่องว่างระหว่างตึก" ค่ะ เรากำลังเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างอาคารเกรด A หรือตึกใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ กับอาคารรุ่นเก่าดั้งเดิม โดยที่อาคารคุณภาพสูงสามารถดึงดูดผู้เช่าได้มากกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่อาคารรุ่นเก่าต้องเผชิญกับความท้าทายในการปรับตัวและรักษาฐานลูกค้าเดิมเอาไว้ค่ะ

กลยุทธ์การเลือกออฟฟิศที่คุ้มค่าในยุคใหม่

หากคุณคือผู้ประกอบการที่กำลังมองหาพื้นที่เช่า หรือเจ้าของอาคารที่ต้องการปรับตัวให้ทันยุคสมัย สิ่งที่คุณควรพิจารณาในเวลานี้มีดังนี้ค่ะ:

  1. คุณภาพอาคารต้องมาก่อน: ผู้เช่าสมัยนี้ให้ความสำคัญกับดีไซน์ที่ทันสมัย พื้นที่ใช้สอยที่ยืดหยุ่น และเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการทำงานแบบ Hybrid Working มากขึ้นค่ะ

  2. ประสิทธิภาพด้านต้นทุนระยะยาว: อย่ามองเพียงแค่ค่าเช่าต่อตารางเมตร แต่ต้องคำนวณรวมถึงค่าบริหารจัดการ ค่าพลังงาน และความสะดวกสบายที่พนักงานจะได้รับ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานขององค์กรค่ะ

  3. ทำเลไม่จำเป็นต้องอยู่ใจกลางเมืองเสมอไป: ปัจจุบันพื้นที่นอกย่าน CBD เริ่มมีโครงการคุณภาพสูงเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งให้มาตรฐานไม่แพ้อาคารในเมือง แต่มาพร้อมกับราคาที่แข่งขันได้ดีกว่า ถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมากค่ะ

  4. อำนาจต่อรองเป็นของผู้เช่า: ในระยะสั้นถึงกลาง ตลาดนี้ยังเป็นโอกาสทองของผู้เช่าที่จะเลือกอาคารที่ตอบโจทย์ความต้องการได้สูงสุด ดังนั้นควรศึกษาข้อมูลเปรียบเทียบในหลายๆ แห่งก่อนตัดสินใจนะคะ

มุมมองอนาคตและสรุปภาพรวม

แม้ว่าภาพรวมจะดูเหมือนตลาดผู้เช่าครองเมือง แต่การคาดการณ์ไปถึงปี 2569 ยังคงมีความท้าทายรออยู่ เพราะจะมีอุปทานใหม่เติมเข้ามาในตลาดอีกจำนวนมาก ทำให้การปรับสมดุลของตลาดอาจต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งค่ะ สำหรับบริษัทที่กำลังวางแผนขยายตัว นี่เป็นโอกาสดีที่สุดในการมองหาพื้นที่ออฟฟิศระดับคุณภาพในราคาที่เอื้อมถึงได้ง่ายขึ้น

หากคุณต้องการคำปรึกษาหรือมองหาที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ระดับมืออาชีพ เพื่อให้คุณได้รับข้อมูลที่แม่นยำและช่วยตัดสินใจเลือกพื้นที่ที่ใช่สำหรับธุรกิจของคุณ ทีมงานของ Luckproperty และ Good Pro Estate พร้อมเป็นเพื่อนคู่คิดให้คุณเสมอค่ะ เรามุ่งมั่นที่จะช่วยให้คุณก้าวผ่านช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ไปได้อย่างมั่นคงและคุ้มค่าที่สุดค่ะ

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

Good Pro Estate Co., Ltd. (ผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร)

โทร: 097-236-5987, 084-644-9282

LINE: @goodproestate

เว็บไซต์: www.luckproperty.com | www.goodproestate.com

#อสังหาริมทรัพย์

#เช่าออฟฟิศ

#ตลาดออฟฟิศกรุงเทพ

#พื้นที่สำนักงาน

#ลงทุนอสังหา

#Luckproperty

#GoodProEstate

#ปรึกษาอสังหา