คอนโด Leasehold vs Freehold: ไขข้อสงสัยการลงทุน พร้อม 3 ช่องทางซื้ออสังหาฯ ปังๆ 🏡
การตัดสินใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมนั้น ถือเป็นการลงทุนก้อนใหญ่ที่ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้เงินลงทุนของเรางอกเงย และสร้างผลตอบแทนที่คุ้มค่าค่ะ หลายท่านอาจเคยได้ยินคำว่า "Leasehold" และ "Freehold" มาบ้าง แต่ยังไม่แน่ใจว่ามีความหมายแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนจะเหมาะกับการลงทุนในคอนโดมากกว่ากัน วันนี้ Luckproperty จะมาไขข้อสงสัย พร้อมแนะนำช่องทางการลงทุนคอนโดที่น่าสนใจให้คุณได้ทราบกันค่ะ
ทำความรู้จักคอนโด Leasehold และ Freehold 🧐
ก่อนจะไปถึงเรื่องการลงทุน เรามาทำความเข้าใจรูปแบบการถือครองคอนโดทั้งสองประเภทนี้กันก่อนนะคะ
คอนโด Leasehold คืออะไร?
คอนโด Leasehold หมายถึง รูปแบบการถือครองกรรมสิทธิ์ในคอนโดมิเนียม โดยมี กำหนดระยะเวลาที่แน่นอน ค่ะ เปรียบเสมือนการเช่าที่ดินหรืออาคารระยะยาว ซึ่งผู้ถือกรรมสิทธิ์ (ผู้เช่า) จะต้องมีการจ่ายค่าเช่าให้กับผู้ให้เช่า (เจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม) เป็นงวดๆ ตามที่ตกลงกันในสัญญา
เมื่อครบกำหนดระยะเวลาตามสัญญาแล้ว กรรมสิทธิ์ในคอนโดนั้นจะ กลับคืนสู่ผู้ให้เช่าโดยอัตโนมัติ ค่ะ โดยทั่วไป กฎหมายไทยกำหนดให้สัญญาเช่าอสังหาริมทรัพย์มีระยะเวลาสูงสุด 30 ปี ต่อสัญญาได้ แต่ก็อาจมีข้อจำกัดในการต่อสัญญาครั้งต่อไปได้อีกนะคะ
ลักษณะสำคัญของคอนโด Leasehold มีดังนี้ค่ะ
-
ต้องทำสัญญากับผู้ให้เช่า โดยมีกำหนดระยะเวลาถือครองกรรมสิทธิ์สูงสุด 30 ปี ตามกฎหมาย
-
อาจสามารถขออนุญาตผู้ให้เช่าเพื่อทำการก่อสร้าง ต่อเติม หรือตกแต่งได้ตามความเหมาะสม
-
มีภาระค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาอาคาร ค่าบริการรายปี และค่าประกันอาคาร
-
ต้องชำระค่าเช่าให้แก่ผู้ให้เช่าตามกำหนดในสัญญา
-
การจัดการใดๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินต้องได้รับอนุญาตจากผู้ให้เช่า
-
อาจมีข้อจำกัดในการใช้สิทธิบางประการตามเงื่อนไขของผู้ให้เช่า
-
สัญญาอาจถูกยกเลิกได้หากไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง
คอนโด Freehold คืออะไร?
คอนโด Freehold คือ รูปแบบการถือครองกรรมสิทธิ์ในคอนโดมิเนียมแบบ ตลอดไป ค่ะ คือ เมื่อคุณเป็นเจ้าของแล้ว คุณก็จะมีสิทธิในทรัพย์สินนั้นอย่างสมบูรณ์ ไม่มีกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของการเป็นเจ้าของ
ผู้ที่ลงทุนซื้อคอนโดแบบ Freehold จะได้รับสิทธิประโยชน์ดังนี้ค่ะ
-
ไม่ต้องจ่ายค่าเช่ารายงวด
-
มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลรักษาสภาพอาคารด้วยตนเอง
-
กรรมสิทธิ์ในห้องชุดนั้นจะถูกจดทะเบียนเป็นชื่อของคุณอย่างถาวร
ช่องทางการลงทุนคอนโด: 3 วิธีที่ควรรู้ 💡
เมื่อเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Leasehold และ Freehold แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำความเข้าใจช่องทางการลงทุนคอนโด ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับนักลงทุนมือใหม่ค่ะ โดยทั่วไปแล้ว เราสามารถซื้อคอนโดเพื่อการลงทุนได้ 3 ช่องทางหลักๆ ดังนี้ค่ะ
1. ซื้อกับเจ้าของโครงการ (Developer)
การซื้อคอนโดกับ Developer โดยตรง หมายถึงการซื้อห้องชุดที่เป็น "มือหนึ่ง" ค่ะ ข้อดีคือ คุณจะได้ห้องใหม่ล่าสุด มีแบบห้องให้เลือกหลากหลาย และมักมีโปรโมชั่นหรือข้อเสนอพิเศษต่างๆ จากโครงการ
สิ่งสำคัญในการเลือกซื้อลงทุนด้วยวิธีนี้ คือ ควรศึกษาประวัติและความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการแต่ละราย พิจารณาผลงานที่ผ่านมา และหากเป็นไปได้ ควรขอเข้าชมโครงการจริง เพื่อประกอบการตัดสินใจให้ดียิ่งขึ้นค่ะ
2. ซื้อคอนโดมือสอง
การซื้อคอนโดมือสอง เป็นการรับโอนกรรมสิทธิ์มาจากเจ้าของเดิมค่ะ คอนโดที่สร้างมานานแล้ว มักจะมีราคาต่อตารางเมตรที่ถูกลงกว่าโครงการใหม่ ซึ่งอาจเป็นโอกาสที่ดีในการลงทุน หากห้องนั้นตั้งอยู่ในทำเลที่ยังคงเป็นที่ต้องการ และมีขนาดหรือรูปแบบที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการปล่อยเช่า
การลงทุนในคอนโดมือสอง ต้องอาศัยการพิจารณาอย่างรอบคอบ เลือกห้องที่มีสภาพดี ไม่ทรุดโทรมมากนัก และมีราคาที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถนำมาปรับปรุงหรือตกแต่งเพิ่มมูลค่า และทำกำไรได้คุ้มค่ากับการลงทุนค่ะ
3. ซื้อจากการประมูล
การซื้อคอนโดจากการประมูล เช่น การประมูลจากกรมบังคับคดี เป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจค่ะ วิธีนี้จะเป็นการแข่งขันราคาเพื่อเสนอซื้อทรัพย์สิน โดยผู้ที่เสนอราคาสูงที่สุดจะเป็นผู้ได้รับสิทธิในการซื้อ
เมื่อได้รับการโอนกรรมสิทธิ์แล้ว ผู้ลงทุนสามารถนำคอนโดมาปรับปรุง รีโนเวท หรือตกแต่งเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มมูลค่าก่อนนำไปขายต่อหรือปล่อยเช่าได้ค่ะ
Leasehold หรือ Freehold แบบไหนเหมาะกับการลงทุน? 🤔
คำถามยอดฮิตที่นักลงทุนหลายท่านสงสัย คือ การลงทุนคอนโดแบบ Leasehold หรือ Freehold แบบไหนจะดีกว่ากัน? จริงๆ แล้ว ไม่มีคำตอบที่ตายตัวค่ะ เพราะขึ้นอยู่กับเป้าหมาย วัตถุประสงค์ และความต้องการของนักลงทุนแต่ละบุคคลเป็นหลัก ลองมาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของทั้งสองแบบ เพื่อช่วยในการตัดสินใจนะคะ
1. กรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ 🔑
-
Leasehold: เป็นการถือครองกรรมสิทธิ์ตามระยะเวลาที่กำหนดในสัญญา สูงสุด 30 ปี ตามกฎหมายไทย และสามารถต่อสัญญาได้ตามข้อตกลงใหม่ ซึ่งอาจมีเงื่อนไขที่ซับซ้อนขึ้น
-
Freehold: เป็นสิทธิขาดความเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์ เมื่อได้รับโอนกรรมสิทธิ์แล้ว คุณสามารถขาย จำนอง หรือยกให้เป็นมรดกแก่ทายาทได้ทันที
2. การถือครองของชาวต่างชาติ 🌍
-
Leasehold: ชาวต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ได้ไม่จำกัดจำนวนยูนิต
-
Freehold: ชาวต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์ได้ไม่เกิน 49% ของพื้นที่ห้องชุดทั้งหมดในโครงการ
3. มูลค่าทรัพย์สินในอนาคต 📈
-
Freehold: โดยทั่วไปแล้ว คอนโด Freehold มีแนวโน้มที่มูลค่าทรัพย์สินจะปรับตัวสูงขึ้นในระยะยาวได้ดีกว่า เนื่องจากสอดคล้องกับราคาที่ดินที่มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
-
Leasehold: มูลค่าทรัพย์สินอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นมากเท่า Freehold เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาการถือครอง
4. ราคาซื้อเริ่มต้น 💰
-
Leasehold: โดยทั่วไปมีราคาซื้อเริ่มต้นถูกกว่าคอนโด Freehold ประมาณ 30-40% เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีงบประมาณจำกัด หรือต้องการเน้นการปล่อยเช่าในระยะสั้นถึงปานกลาง
-
Freehold: มีราคาสูงกว่า และยังมีค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ค่าธรรมเนียมการโอน 2%, ค่าอากรแสตมป์ 0.5% และภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% (กรณีเข้าเงื่อนไข)
การลงทุนที่ดีคือการเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับเป้าหมายของคุณมากที่สุดค่ะ ไม่ว่าจะเป็น Leasehold หรือ Freehold หากมีการศึกษา วางแผน และบริหารจัดการที่ดี ก็สามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าพอใจได้ค่ะ
โครงการคอนโด Freehold น่าลงทุนที่คุณไม่ควรพลาด! ✨
สำหรับนักลงทุนที่มองหาคอนโด Freehold คุณภาพดี ในทำเลศักยภาพ วันนี้ Luckproperty ขอแนะนำโครงการน่าสนใจ ดังนี้ค่ะ
1. พาร์ค ออริจิ้น พญาไท (Park Origin Phayathai)
คอนโด High Rise สุดหรู ใกล้ BTS พญาไท เพียง 450 เมตร ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบเหนือระดับ พร้อมบริการระดับโรงแรม 5 ดาว
2. พาร์ค ออริจิ้น ราชเทวี (Park Origin Ratchathewi)
คอนโด High Rise สูง 41 ชั้น ย่านราชเทวี มอบความเป็นส่วนตัวด้วยจำนวนยูนิตต่อชั้นที่น้อย พร้อม Sky Facilities บนชั้นดาดฟ้า
3. พาร์ค ออริจิ้น จุฬา-สามย่าน (Park Origin Chula-Samyan)
คอนโด High Rise ใจกลางเมือง ใกล้ MRT สามย่าน และหัวลำโพง เพลิดเพลินกับวิวแม่น้ำเจ้าพระยาและวิวเมืองแบบ 360 องศา
4. เทตต์ สาทร ทเวลฟ์ (Tait Sathorn 12)
คอนโด High Rise โดดเด่นด้วยดีไซน์ ใกล้ BTS เซนต์หลุยส์ เป็นโครงการ Pet Friendly พร้อม Sky Facilities ที่เชื่อมต่อกัน 5 ชั้น
5. คิว วัน สุขุมวิท (Q1 Sukhumvit)
คอนโด High Rise ติดถนนสุขุมวิท พร้อมทางเชื่อมส่วนตัวสู่ BTS นานา ออกแบบห้องพักให้มีพื้นที่ใช้สอยลงตัว เพดานสูงโปร่ง
6. ดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค (Dusit Central Park)
โครงการ Luxury ระดับ Super-Luxury ติดถนนพระราม 4 ย่านสีลม-สาทร ผสมผสานการอยู่อาศัยและการบริการระดับโรงแรมดุสิตธานี
7. มิวนีค หลังสวน (Muniq Langsuan)
คอนโด High Rise พร้อมอยู่ใจกลางสวนลุมพินี ใกล้ BTS ชิดลม เน้นห้องพักขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับครอบครัว
8. เดอะ แบงค็อค ทองหล่อ (The Bangkok Thonglor)
คอนโดหรูทำเลต้นทองหล่อ เอกสิทธิ์สำหรับ 148 ครอบครัว พร้อมส่วนกลางสุดอลังการบนชั้นดาดฟ้า
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
-
Good Pro Estate Co., Ltd. (ผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร)
-
📞 โทร: 097-236-5987, 084-644-9282
-
📱 LINE: @goodproestate
-
🌐 เว็บไซต์: www.luckproperty.com | www.goodproestate.com
#คอนโดLeasehold #คอนโดFreehold #ลงทุนคอนโด #อสังหาริมทรัพย์ #ซื้อคอนโด #อสังหาฯน่าลงทุน #คอนโดติดรถไฟฟ้า #อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพ #กู้อสังหา #บ้านมือสอง