ไขความลับ! 9 จุดต้องเช็กก่อนรับบ้านใหม่ ให้ชัวร์ไร้กังวล ก่อนเซ็นโอนกรรมสิทธิ์
สาระน่ารู้เรื่องบ้าน4 สิงหาคม 2569

ไขความลับ! 9 จุดต้องเช็กก่อนรับบ้านใหม่ ให้ชัวร์ไร้กังวล ก่อนเซ็นโอนกรรมสิทธิ์

การตัดสินใจซื้อบ้านหรือคอนโดมิเนียมสักหลัง ถือเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ในชีวิตนะคะ หลายคนทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจและเงินเก็บทั้งหมด เพื่อให้ได้ที่อยู่อาศัยในฝัน แต่ทราบไหมคะว่า หลังจากที่เราตกลงปลงใจกับโครงการที่ถูกใจแล้ว ยังมีอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ก่อนที่เราจะก้าวเข้าสู่การเป็นเจ้าของอย่างสมบูรณ์ นั่นคือ "การตรวจรับบ้าน" หรือ "ตรวจบ้านก่อนโอน" นั่นเองค่ะ

ในยุคที่ผู้บริโภคมีความใส่ใจในคุณภาพและรายละเอียดมากขึ้นเรื่อยๆ การตรวจสอบความเรียบร้อยของบ้านและคอนโดให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ จึงไม่ใช่เรื่องที่มองข้ามได้เลยค่ะ เพราะเป็นโอกาสสุดท้ายที่เราจะสามารถเรียกร้องให้ผู้พัฒนาโครงการแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการก่อสร้างได้อย่างทันท่วงที การปล่อยผ่านขั้นตอนนี้ไป อาจนำมาซึ่งปัญหาจุกจิกกวนใจ และค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดในอนาคตได้นะคะ

คอนโดติด BTS วุฒากาศ แค่ 80 เมตร! ห้องสวยครบ พร้อมอยู่ วิวพระมหาเจดีย์วัดปากน้ำ ทำเลเข้าเมืองสาทรสะดวก ใกล้ห้าง เดินทางง่าย ส่วนกลางดี ราคาจับต้องได้ ต่ำกว่า 3 ล้าน หาแบบนี้ยากมาก
คอนโดมิเนียม

คอนโดติด BTS วุฒากาศ แค่ 80 เมตร! ห้องสวยครบ พร้อมอยู่ วิวพระมหาเจดีย์วัดปากน้ำ ทำเลเข้าเมืองสาทรสะดวก ใกล้ห้าง เดินทางง่าย ส่วนกลางดี ราคาจับต้องได้ ต่ำกว่า 3 ล้าน หาแบบนี้ยากมาก

จอมทอง, กรุงเทพ
1 นอน
1 น้ำ
ราคาเริ่มต้น฿2,949,000
ดูรายละเอียด

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึง 9 หัวข้อสำคัญที่ควรตรวจสอบด้วยตนเอง ก่อนที่จะจรดปากกาเซ็นเอกสารสำคัญ เพื่อให้คุณมั่นใจได้ว่า บ้านใหม่ของคุณจะเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพและความสมบูรณ์แบบอย่างที่ตั้งใจไว้ค่ะ

ทำไมการตรวจบ้านก่อนโอนจึงสำคัญ?

หลายท่านอาจสงสัยว่า ทำไมต้องเสียเวลาและแรงกายมาตรวจบ้านก่อนโอน? ในเมื่อผู้พัฒนาโครงการก็ควรจะส่งมอบบ้านที่มีคุณภาพอยู่แล้วนะคะ แต่ในความเป็นจริง ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้นั้นมีอยู่หลากหลายปัจจัยค่ะ ตั้งแต่ความผิดพลาดของช่าง แรงงาน หรือแม้กระทั่งการควบคุมคุณภาพในแต่ละขั้นตอนของการก่อสร้าง

การที่เราลงมือตรวจสอบด้วยตัวเอง จะช่วยให้เราได้เห็นสภาพบ้านที่แท้จริง และสามารถสื่อสารกับผู้พัฒนาโครงการได้อย่างตรงไปตรงมาค่ะ หากพบจุดที่ต้องแก้ไข ก็สามารถแจ้งให้ดำเนินการแก้ไขก่อนการโอนกรรมสิทธิ์ได้ทันที ซึ่งจะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมภายหลังได้อย่างมากเลยทีเดียวค่ะ

1. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า: หัวใจสำคัญที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ

ระบบไฟฟ้า ถือเป็นหนึ่งในระบบที่สำคัญที่สุดของบ้านนะคะ เพราะเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของเราโดยตรง การตรวจสอบระบบไฟฟ้าก่อนโอนจึงต้องทำอย่างละเอียดและด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษค่ะ เพื่อความปลอดภัยของผู้ตรวจสอบ ควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น ถุงมือยาง และรองเท้าพื้นยาง ที่มีคุณสมบัติเป็นฉนวนไฟฟ้าอย่างดีเสมอ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นหากเกิดการรั่วไหลของกระแสไฟฟ้าค่ะ

ตรวจไฟส่องสว่าง: ส่องสว่างเพียงพอหรือไม่?

ลองเปิดสวิตช์ไฟในทุกๆ จุดของบ้านนะคะ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหลอดไฟทุกดวงติดสว่างดี ให้แสงสว่างเพียงพอต่อการใช้งานในแต่ละพื้นที่หรือไม่ หากพบว่าแสงสว่างไม่เพียงพอ อาจต้องพิจารณาถึงการเปลี่ยนหลอดไฟที่มีกำลังวัตต์สูงขึ้น หรือการปรับเปลี่ยนลักษณะของโคมไฟ หรือแม้กระทั่งการวางแผนติดตั้งไฟเพิ่มเติมในอนาคตค่ะ

✨ ขายบ้านเดี่ยว 54 ตร.วา หมู่บ้าน ช.รุ่งเรือง 6  | ถนนเมน | 6 ห้องนอน | พร้อมอยู่ ใกล้ MRT & เซ็นทรัลเวสต์เกต
บ้านเดี่ยว

✨ ขายบ้านเดี่ยว 54 ตร.วา หมู่บ้าน ช.รุ่งเรือง 6 | ถนนเมน | 6 ห้องนอน | พร้อมอยู่ ใกล้ MRT & เซ็นทรัลเวสต์เกต

,
6 นอน
1 น้ำ
ราคาเริ่มต้น฿3,490,000
ดูรายละเอียด

นอกจากนี้ หากเป็นโคมไฟที่ติดตั้งอยู่ภายนอกอาคาร เช่น บริเวณระเบียง ควรตรวจสอบรูปแบบของโคมไฟว่าอยู่ในตำแหน่งที่เสี่ยงต่อการโดนฝนสาดโดยตรงหรือไม่ เพราะความชื้นอาจนำไปสู่ปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรในระยะยาวได้ค่ะ

ตรวจปลั๊กไฟ: ครบถ้วน ถูกต้อง และปลอดภัย

ในส่วนของการตรวจสอบปลั๊กไฟ ให้ดำเนินการคล้ายคลึงกับการตรวจสอบไฟส่องสว่างค่ะ สามารถใช้ไขควงวัดไฟ หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าขนาดเล็ก เช่น โคมไฟเล็กๆ ทดลองเสียบเข้ากับปลั๊กแต่ละจุด เพื่อให้แน่ใจว่ามีกระแสไฟฟ้าไหลเวียนตามปกติหรือไม่

สิ่งที่ควรตรวจสอบเพิ่มเติมคือ ตำแหน่งของปลั๊กไฟว่าตรงตามที่ได้ตกลงกันไว้ในสัญญาหรือไม่ และเป็นปลั๊กแบบ 3 ตา ที่รองรับการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสายดินหรือไม่นะคะ หากพบปลั๊กไฟในบริเวณที่มีความเสี่ยงต่อการเปียกน้ำ เช่น บริเวณระเบียง หรือในห้องน้ำ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าปลั๊กไฟเหล่านั้นอยู่ในตำแหน่งที่ปลอดภัย และมีฝาครอบกันน้ำ เพื่อป้องกันอันตรายค่ะ

ตรวจสายไฟและสายดิน: เตรียมพร้อมเพื่ออนาคต

หากโครงการที่ท่านเลือกซื้อยังไม่ได้มีการติดตั้งเครื่องปรับอากาศ หรือเครื่องทำน้ำอุ่นไว้ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการเตรียมสายไฟที่รองรับการติดตั้งอุปกรณ์เหล่านี้ในอนาคตไว้เรียบร้อยแล้วนะคะ สายไฟที่เหมาะสมควรเป็นแบบสามเส้น ซึ่งรวมถึงสายดิน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยในการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าค่ะ

ตรวจมิเตอร์ไฟฟ้าและระบบป้องกัน: ความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน

อย่าลืมตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้า และระบบป้องกันต่างๆ นะคะ ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการติดตั้งเบรกเกอร์สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น เช่น เครื่องปรับอากาศ และเครื่องทำน้ำอุ่น อย่างเพียงพอ

ไม่ต้องซ่อม ไม่ต้องลุ้น! ทาวน์โฮมสวยพร้อมอยู่ ซิตี้เซนส์-ราชพฤกษ์ 345, ราคาเบากว่าที่คิด บ้านสวยเงียบสงบ แต่เดินไปสระได้ ใกล้คลับเฮาส์, พร้อมอยู่ แถมเครื่องใช้ไฟฟ้า
ทาวน์โฮม

ไม่ต้องซ่อม ไม่ต้องลุ้น! ทาวน์โฮมสวยพร้อมอยู่ ซิตี้เซนส์-ราชพฤกษ์ 345, ราคาเบากว่าที่คิด บ้านสวยเงียบสงบ แต่เดินไปสระได้ ใกล้คลับเฮาส์, พร้อมอยู่ แถมเครื่องใช้ไฟฟ้า

เมืองปทุมธานี, ปทุมธานี
3 นอน
2 น้ำ
ราคาเริ่มต้น฿2,090,000
ดูรายละเอียด

วิธีตรวจสอบมิเตอร์ไฟฟ้าเบื้องต้น ทำได้โดยการปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดในบ้าน แล้วสังเกตว่ามิเตอร์ไฟฟ้าหยุดหมุนหรือไม่ หากยังคงหมุนอยู่ อาจเป็นสัญญาณว่ามีการต่อสายไฟผิดพลาดไปยังห้องอื่น หรือมีอุปกรณ์บางอย่างที่ยังคงดึงกระแสไฟฟ้าอยู่ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบขนาดของมิเตอร์ไฟฟ้าว่าเพียงพอต่อจำนวนเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ท่านมีแผนจะติดตั้งใช้งานภายในห้องหรือไม่ค่ะ

2. ทดสอบระบบโทรศัพท์: การสื่อสารที่ไม่สะดุด

สำหรับบ้านที่ต้องการติดตั้งระบบโทรศัพท์ ควรทำการทดสอบการเชื่อมต่อสายโทรศัพท์เบื้องต้น โดยอาจนำโทรศัพท์ไปลองต่อ 2 เครื่อง แล้วลองยกหูพูดคุยกัน เพื่อตรวจสอบสัญญาณเบื้องต้น หากยังไม่ได้ทำการติดตั้งเลขหมายโทรศัพท์อย่างเป็นทางการ การทดสอบนี้ก็จะช่วยให้เราทราบถึงความเรียบร้อยของการเดินสายค่ะ

3. ระบบน้ำ: ตรวจสอบการไหลเวียนและการรั่วซึม

ระบบน้ำ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตภายในบ้านค่ะ การตรวจสอบระบบน้ำควรแยกพิจารณาเป็นระบบน้ำดี และระบบน้ำเสีย เพื่อให้ครอบคลุมทุกการใช้งานนะคะ

การรั่วของน้ำ: ตรวจจับให้ไว ป้องกันปัญหา

หัวใจของการตรวจสอบระบบน้ำคือการตรวจหาจุดที่อาจมีการรั่วไหลของน้ำค่ะ วิธีการทำได้ง่ายๆ คือการปิดก๊อกน้ำทุกจุดภายในบ้านให้สนิท แล้วสังเกตการณ์ที่มิเตอร์ประปา หากมิเตอร์ยังคงมีการเคลื่อนไหว แสดงว่าอาจมีน้ำรั่วซึมอยู่ภายในระบบค่ะ ซึ่งอาจเกิดจากท่อแตก ท่อรั่วภายในผนัง หรือแม้กระทั่งการรั่วซึมภายในสุขภัณฑ์ต่างๆ

การไหลของน้ำดี: แรงดันน้ำสม่ำเสมอ

หลังจากตรวจสอบการรั่วไหลแล้ว ให้ทำการตรวจสอบการไหลของน้ำดีค่ะ เริ่มจากการอุดรูระบายน้ำของอ่างล้างหน้า อ่างอาบน้ำ และช่องระบายน้ำบนพื้นห้องน้ำ จากนั้นจึงเปิดน้ำจากก๊อกทุกจุด เพื่อสังเกตว่ามีน้ำไหลออกมาหรือไม่ และแรงดันน้ำเป็นอย่างไร ควรมีความสม่ำเสมอและเพียงพอต่อการใช้งานค่ะ

การระบายน้ำล้น: ป้องกันน้ำท่วมขัง

ในระหว่างที่ทำการทดสอบการไหลของน้ำดี ให้ลองเปิดน้ำทิ้งไว้ในอ่างล้างหน้าและอ่างอาบน้ำจนระดับน้ำสูงถึงช่องระบายน้ำล้น จากนั้นให้สังเกตการทำงานของช่องระบายน้ำล้น ว่าน้ำสามารถไหลออกไปได้สะดวกหรือไม่ ปริมาณน้ำที่ไหลออกควรมีอัตราที่มากกว่าปริมาณน้ำที่ไหลออกจากก๊อก หากน้ำเริ่มเอ่อล้นออกมาจากอ่าง หรือระบายออกได้ช้า อาจบ่งชี้ว่าช่องระบายน้ำล้นอาจมีการอุดตัน หรือมีปัญหาในการระบายน้ำค่ะ

การระบายน้ำตามปกติ: รองรับการใช้งานพร้อมกัน

ทดสอบการระบายน้ำผ่านรูระบายน้ำปกติของสุขภัณฑ์ และพื้นห้องน้ำ โดยอาจให้มีผู้ช่วยเปิดรูระบายน้ำที่อุดไว้พร้อมๆ กัน เพื่อจำลองสถานการณ์การใช้งานจริง ว่าระบบสามารถรองรับการระบายน้ำได้เพียงพอหรือไม่ สังเกตว่ามีน้ำล้นเอ่อขึ้นมาจากจุดอื่นหรือไม่ เช่น น้ำจากอ่างล้างหน้า หรืออ่างอาบน้ำ ดันล้นขึ้นมาที่ช่องระบายน้ำที่พื้นห้องน้ำหรือไม่

การระบายของสุขภัณฑ์: ชักโครกไร้ปัญหา

การทดสอบการระบายของชักโครก เป็นอีกหนึ่งจุดที่มองข้ามไม่ได้ค่ะ โดยอาจใช้ขนมปังแผ่นฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 3-4 ชิ้น เพื่อจำลองการใช้งาน แล้วลองกดน้ำชักโครกดู หากชักโครกสามารถระบายสิ่งปฏิกูลออกไปได้หมดในครั้งเดียว แสดงว่าระบบท่อระบายน้ำปกติค่ะ แต่หากพบว่าระบายไม่หมด อาจเป็นสัญญาณของท่ออุดตัน หรือขนาดท่อที่ไม่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ หากพบว่ามีอากาศดันขึ้นมาเมื่อกดน้ำ อาจแสดงว่าไม่มีท่อระบายอากาศออกค่ะ

หลักการเดียวกันนี้สามารถนำไปใช้กับการตรวจสอบระบบน้ำที่อ่างล้างจาน และบริเวณระเบียงห้องได้อีกด้วยนะคะ

4. ตรวจงานพื้นและงานผนัง: ความเรียบร้อยที่สัมผัสได้

วัสดุพื้นและผนัง ถือเป็นส่วนประกอบหลักที่ส่งผลต่อความสวยงามและความคงทนของบ้านค่ะ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าวัสดุที่ใช้ตรงตามสเปคที่ระบุไว้ในสัญญา และมีการติดตั้งอย่างถูกต้องตามมาตรฐาน

พื้น: ระนาบเสมอกัน ไม่มีรอยก้อง

สำหรับพื้น ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีความเรียบเสมอกัน ไม่มีส่วนใดลาดเอียง หรือยุบตัวลงไปเมื่อเดิน หากเป็นพื้นกระเบื้องหรือพื้นปาร์เก้ ลองเคาะเบาๆ เพื่อฟังเสียง หากได้ยินเสียงก้อง แสดงว่าอาจมีโพรงอยู่ใต้พื้น ซึ่งอาจทำให้กระเบื้องหลุดร่อนได้ในอนาคต สำหรับพื้นลามิเนต ควรทดสอบโดยการเดินไปมา เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เกิดการยุบตัว หรือมีเสียงผิดปกติค่ะ

ผนัง: เรียบเนียน ไร้รอยร้าว

ตรวจสอบพื้นผิวผนังให้ละเอียด ว่ามีความเรียบเนียน ปราศจากรอยร้าว รอยแยก หรือความผิดปกติอื่นๆ หากมีการติดตั้งวอลเปเปอร์ ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าติดแน่นสนิท ไม่มีรอยย่น หรือการหลุดล่อนค่ะ

5. ตรวจงานประตู-หน้าต่าง: การเข้า-ออกที่ปลอดภัย

สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด คือการตรวจสอบงานประตูและหน้าต่างค่ะ สิ่งสำคัญคือการทดสอบว่าประตูและหน้าต่างสามารถปิดได้สนิท มีความแข็งแรง และสามารถล็อคได้อย่างแน่นหนา ลองเปิด-ปิด เพื่อดูการทำงานของบานพับ และระบบล็อค ให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้อย่างราบรื่น และปลอดภัยค่ะ

สรุป: การลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อบ้านที่สมบูรณ์แบบ

การตรวจบ้านก่อนโอนด้วยตัวเอง ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าอย่างยิ่งนะคะ เพราะเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาว และช่วยให้เราได้บ้านใหม่ที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการมากที่สุดค่ะ หากคุณรู้สึกไม่มั่นใจ หรือต้องการความแม่นยำที่มากขึ้น การเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจบ้านโดยเฉพาะ ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจค่ะ

เมื่อการโอนกรรมสิทธิ์เสร็จสิ้นแล้ว หากท่านพบว่าบ้านหรือคอนโดที่ได้รับไม่ตรงตามที่โฆษณา หรือมีปัญหาที่ไม่ได้ถูกแก้ไข ท่านสามารถติดต่อเพื่อร้องเรียนไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อขอความช่วยเหลือได้นะคะ


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

  • Good Pro Estate Co., Ltd. (ผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร)

  • 📞 โทร: 097-236-5987, 084-644-9282

  • 📱 LINE: @goodproestate

  • 🌐 เว็บไซต์: www.luckproperty.com | www.goodproestate.com

#ตรวจบ้านก่อนโอน

#บ้านใหม่

#คอนโดใหม่

#คุณภาพการก่อสร้าง

#อสังหาริมทรัพย์

#บ้านและคอนโด

#เทคนิคการตรวจบ้าน

#อสังหาริมทรัพย์คุณภาพ

เมนูเพิ่มเติม

เข้าร่วม Agent Club

ลงประกาศฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยเขียนแคปชัน

เริ่มลงประกาศเลย