รีไฟแนนซ์บ้าน 2569 ธนาคารไหนดี? รวมอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด พร้อม 8 ขั้นตอนขอลดดอกเบี้ยให้ผ่านฉลุย
การมีบ้านเป็นของตัวเองถือเป็นความฝันที่ยิ่งใหญ่ของใครหลายคนเลยนะคะ แต่เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 3 ปี สิ่งที่มักจะตามมาและทำให้คนรักบ้านเริ่มกังวลใจก็คือ "อัตราดอกเบี้ย" ที่ขยับสูงขึ้นตามเงื่อนไขของธนาคารนั่นเองค่ะ จากเดิมที่เคยจ่ายค่างวดแล้วไปหักเงินต้นได้เยอะๆ กลับกลายเป็นว่าเงินส่วนใหญ่ถูกนำไปจ่ายเป็นดอกเบี้ยแทน ทำให้ยอดหนี้ลดลงช้ากว่าที่ควรจะเป็น
วันนี้ Luckproperty จะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจกับทางออกที่จะช่วยลดภาระทางการเงินให้เบาลง ด้วยการ "รีไฟแนนซ์ (Refinance)" และ "รีเทนชั่น (Retention)" พร้อมอัปเดตข้อมูลอัตราดอกเบี้ยล่าสุดในปี 2569 เพื่อให้คุณตัดสินใจเลือกธนาคารที่คุ้มค่าที่สุดค่ะ
รีไฟแนนซ์ VS รีเทนชั่น เลือกแบบไหนให้คุ้มค่าคะ?
ก่อนจะไปดูว่าธนาคารไหนให้ข้อเสนอดีที่สุด เรามาทำความรู้จักกับ 2 คำนี้กันก่อนนะคะ
-
การรีไฟแนนซ์ (Refinance) คือการที่เราย้ายหนี้สินเชื่อบ้านจากธนาคารเดิมไปอยู่กับธนาคารใหม่ค่ะ วัตถุประสงค์หลักก็เพื่อรับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเดิม หรืออาจจะได้วงเงินกู้เพิ่มเพื่อนำมาตกแต่งบ้านหรือหมุนเวียนใช้จ่าย ซึ่งส่วนใหญ่มักจะทำได้หลังจากผ่อนชำระกับธนาคารเดิมมาแล้ว 3 ปีขึ้นไปค่ะ
-
การรีเทนชั่น (Retention) คือการขอลดอัตราดอกเบี้ยกับธนาคารเดิมที่เราผ่อนอยู่นั่นเองค่ะ วิธีนี้มีข้อดีตรงที่ดำเนินการง่าย ไม่ต้องเตรียมเอกสารใหม่ทั้งหมด และใช้เวลาพิจารณาไม่นาน เพราะธนาคารมีประวัติการชำระเงินของเราอยู่แล้ว เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการความยุ่งยากในการย้ายธนาคารค่ะ
อัปเดตอัตราดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์บ้าน 2569 ธนาคารไหนให้ดอกเบี้ยต่ำสุด?
จากการรวบรวมข้อมูลล่าสุดในช่วงเดือนพฤษภาคม 2569 Luckproperty ได้จัดอันดับธนาคารที่ให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำที่สุดมาให้แล้วค่ะ เพื่อให้คุณนำไปเปรียบเทียบประกอบการตัดสินใจนะคะ
1. ธนาคารกรุงไทย (KTB)
มาแรงเป็นอันดับหนึ่งเลยค่ะ ด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำสุดเพียง 2.43% เท่านั้น (กรณีวงเงินกู้ 3 ล้านบาทขึ้นไปและทำประกันคุ้มครองสินเชื่อ) แถมยังมีออปชันให้เลือกผ่อนต่ำเพียงล้านละ 3,500 บาทต่อเดือนในปีแรกด้วยนะคะ ถือว่าช่วยเพิ่มสภาพคล่องได้ดีมากเลยค่ะ
2. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา (BAY)
ตามมาติดๆ ด้วยดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 2.60% สำหรับสินเชื่อบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดที่มีราคา 1 ล้านบาทขึ้นไปค่ะ จุดเด่นคือให้วงเงินกู้สูงสุดถึง 100% ของราคาประเมิน และยังฟรีค่าประเมินหลักประกันให้อีกด้วยนะคะ
3. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (GH Bank)
สำหรับใครที่ซื้อบ้านในโครงการที่ได้รับรองเป็น "บ้านเบอร์ 5" จะได้รับดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเพียง 2.66% ค่ะ นอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ (Senior Home 4U) ที่ให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีอยู่ที่ 2.58% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับกลุ่มครอบครัวค่ะ
4. ธนาคารกสิกรไทย (Kbank)
สำหรับพนักงานที่มีบัญชีเงินเดือนผ่านกสิกรไทย อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกจะอยู่ที่ 2.68% ค่ะ (กรณีทำประกัน) และยังมีโปรโมชันออกค่าธรรมเนียมจดจำนองให้ 1% (สูงสุดไม่เกิน 2 แสนบาท) สำหรับลูกค้าที่เลือกบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ธนาคารกำหนดด้วยนะคะ
5. ธนาคารทหารไทยธนชาต (TTB)
เสนออัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกที่ 2.79% สำหรับลูกค้าที่รับเงินเดือนผ่านบัญชี TTB และสมัครผลิตภัณฑ์เสริมตามเงื่อนไขค่ะ ที่โดดเด่นคือฟรีค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยและค่าจดจำนอง ทำให้คุณแทบไม่ต้องควักเงินก้อนออกมาจ่ายเลยค่ะ
6. ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ (LH Bank)
ให้อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ 2.95% (กรณีทำประกันและไม่ฟรีค่าจดจำนอง) โดยให้วงเงินกู้สูงสุด 100% ของภาระหนี้คงเหลือ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวงเงินเต็มจำนวนเพื่อปิดยอดเดิมค่ะ
7. ธนาคารกรุงเทพ (BBL)
มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกอยู่ที่ประมาณ 3.05% สำหรับวงเงินอนุมัติ 4 ล้านบาทขึ้นไปค่ะ หากเป็นพนักงานประจำยังสามารถขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้นานสูงสุดถึง 35 ปีเลยนะคะ ช่วยให้ค่างวดต่อเดือนเบาลงได้มากทีเดียวค่ะ
8. ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB)
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกเริ่มต้นที่ 3.49% สำหรับกรณีที่กู้เพิ่มไม่เกิน 3% ของยอดหนี้เดิมค่ะ โดยให้วงเงินสูงสุด 100% ของมูลค่าหลักประกัน ซึ่งถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เป็นลูกค้าประจำของธนาคารนี้ค่ะ
8 ขั้นตอนการรีไฟแนนซ์บ้าน เปลี่ยนหนี้ก้อนใหญ่ให้เบาลง
หากคุณตัดสินใจแล้วว่าจะรีไฟแนนซ์ไปธนาคารใหม่ Luckproperty สรุปขั้นตอนการดำเนินการแบบเข้าใจง่ายมาให้แล้วค่ะ
-
ติดต่อธนาคารเดิม: เพื่อขอสรุปยอดหนี้คงเหลือปัจจุบันและตรวจสอบเงื่อนไขว่าผ่อนมาครบกำหนดที่จะรีไฟแนนซ์ได้โดยไม่เสียค่าปรับหรือยังนะคะ
-
ยื่นเอกสารกับธนาคารใหม่: นำยอดหนี้จากที่เดิมไปแจ้งความจำนงกู้กับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยถูกใจที่สุดค่ะ
-
การประเมินราคา: ธนาคารใหม่จะส่งเจ้าหน้าที่มาประเมินมูลค่าบ้านหรือคอนโดของคุณ เพื่อคำนวณวงเงินที่จะอนุมัติค่ะ
-
รอผลอนุมัติ: ธนาคารจะพิจารณาจากรายได้และประวัติทางการเงินของคุณ โดยใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ค่ะ
-
นัดวันไถ่ถอน: เมื่อได้รับอนุมัติแล้ว ให้ติดต่อธนาคารเดิมเพื่อแจ้งวันที่จะเข้าไปไถ่ถอนหนี้ เพื่อให้เขาเตรียมโฉนดและสรุปยอดหนี้จนถึงวันโอนค่ะ
-
นัดวันทำสัญญาใหม่: นัดหมายธนาคารใหม่เพื่อเซ็นสัญญาเงินกู้ โดยส่วนใหญ่มักจะนัดวันเดียวกับวันที่ไปโอนที่สำนักงานที่ดินค่ะ
-
ทำเรื่อง ณ สำนักงานที่ดิน: เจ้าหน้าที่จากทั้งธนาคารเดิมและธนาคารใหม่จะไปเจอกันที่สำนักงานที่ดิน เพื่อทำเรื่องไถ่ถอนจากที่เก่าและจดจำนองที่ใหม่ในวันเดียวกันค่ะ
-
มอบโฉนด: เมื่อขั้นตอนที่ที่ดินเสร็จเรียบร้อย เจ้าหน้าที่ธนาคารใหม่จะเป็นผู้เก็บรักษาโฉนดไว้ และคุณก็เริ่มต้นผ่อนชำระกับธนาคารใหม่ด้วยดอกเบี้ยที่ถูกลงได้เลยค่ะ
ข้อดีที่คุณจะได้รับจากการรีไฟแนนซ์
การรีไฟแนนซ์ไม่ใช่แค่การย้ายธนาคารเฉยๆ นะคะ แต่มันคือกลยุทธ์ทางการเงินที่ชาญฉลาด เพราะช่วยให้:
-
จ่ายดอกเบี้ยน้อยลง: เงินที่ประหยัดได้จากส่วนต่างดอกเบี้ยสามารถนำไปเป็นเงินออมหรือลงทุนด้านอื่นได้ค่ะ
-
หนี้หมดไวขึ้น: เมื่อดอกเบี้ยลดลง เงินงวดที่คุณจ่ายไปจะถูกนำไปหักเงินต้นได้มากขึ้น ทำให้ระยะเวลาในการเป็นหนี้สั้นลงค่ะ
-
ค่างวดลดลง: หากคุณเลือกขยายระยะเวลาผ่อนออกไป จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือน ทำให้มีสภาพคล่องในชีวิตประจำวันมากขึ้นค่ะ
อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์ อย่าลืมคำนวณค่าใช้จ่ายแฝง เช่น ค่าจดจำนอง 1%, ค่าประเมินราคา และค่าอากรแสตมป์ด้วยนะคะ หากส่วนต่างดอกเบี้ยที่ประหยัดได้มากกว่าค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ก็ถือว่าการรีไฟแนนซ์ครั้งนี้คุ้มค่าแน่นอนค่ะ
Luckproperty หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการเงินของคุณนะคะ หากใครที่กำลังมองหาช่องทางลดภาระหนี้บ้านอยู่ ลองเริ่มเปรียบเทียบดอกเบี้ยจากธนาคารต่างๆ ที่เราแนะนำไปได้เลยค่ะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับการจัดการเงินและมีบ้านที่ผ่อนสบายขึ้นนะคะ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
Good Pro Estate Co., Ltd. (ผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร)
📞 โทร: 097-236-5987, 084-644-9282
📱 LINE: @goodproestate
🌐 เว็บไซต์: www.luckproperty.com | www.goodproestate.com
#ดอกเบี้ยบ้าน
#รีไฟแนนซ์บ้าน
#รีเทนชั่นบ้าน
#กู้ซื้อบ้าน
#ลดดอกเบี้ยบ้าน
#สินเชื่อบ้าน2569
#Luckproperty
#GoodProEstate