ตลาดอสังหาฯ ปี 2569: เมื่อ "มาตรการรัฐ" คือความหวัง! ภาครัฐจะ "ต่อเวลา" ช่วยคนซื้อบ้านได้อย่างไรคะ? ✨
ในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจยุคปัจจุบัน การมีบ้านในฝันสักหลังดูเหมือนจะเป็นเรื่องท้าทายมากขึ้นทุกทีเลยใช่ไหมคะ? ทั้งภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น อัตราดอกเบี้ยที่ผันผวน และสถานการณ์โลกที่ไม่คาดฝัน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้หลายคนต้องชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยออกไป
แต่ท่ามกลางความท้าทายเหล่านี้ มาตรการจากภาครัฐคือแสงแห่งความหวังที่ภาคอสังหาริมทรัพย์และผู้บริโภคต่างรอคอยเพื่อช่วยพยุงตลาดให้เดินหน้าต่อไปได้ บทความนี้ Luckproperty จะพาคุณมาเจาะลึกสถานการณ์ตลาดอสังหาฯ ในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 (เดือนมกราคม-กุมภาพันธ์) พร้อมทำความเข้าใจว่า "มาตรการรัฐ" ที่กำลังจะหมดอายุลงในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 นี้ มีความสำคัญอย่างไร และข้อเสนอจากภาคเอกชนจะช่วยให้ฝันของการมีบ้านเป็นจริงได้มากขึ้นแค่ไหนค่ะ
ตลาดอสังหาฯ ไทย 2 เดือนแรกของปี 2569: สัญญาณที่ยังต้องจับตา 📉
จากข้อมูลของศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ (REIC) ที่สำรวจตลาดในช่วงต้นปี 2569 แม้จะยังไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง แต่ตลาดอสังหาฯ ไทยก็ยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดเลยนะคะ
-
ภาพรวมการเปิดโครงการใหม่: ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีโครงการเปิดตัวใหม่เพิ่มขึ้น 17% ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าผู้ประกอบการยังคงมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องค่ะ
-
ยอดโอนกรรมสิทธิ์: จำนวนหน่วยมีการปรับเพิ่มขึ้น 4% หรือคิดเป็น 18,358 หน่วย แต่ในแง่มูลค่ากลับลดลง 8% เหลือเพียง 53,930 ล้านบาท โดยเป็นการลดลงในทุกระดับราคาเลยนะคะ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการโอนคอนโดมิเนียมของโครงการที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นในช่วงต้นปี ประกอบกับการที่ผู้ประกอบการอัดแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขายค่ะ
คุณอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ได้ให้มุมมองว่า ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้อาจยังไม่โดดเด่นนักเมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำของปี 2568 และคาดการณ์ว่าตัวเลขในเดือนมีนาคม-เมษายน อาจจะชะลอตัวลงจากผลกระทบของสงคราม แต่ในเดือนพฤษภาคมอาจมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น หากราคาน้ำมันอ่อนตัวลงนะคะ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงตั้งการ์ดระมัดระวังในการดำเนินธุรกิจ และผู้บริโภคก็ยังคงระมัดระวังในการใช้จ่ายเช่นกันค่ะ
"มาตรการรัฐ" ที่กำลังจะหมดอายุ: จุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดที่อยู่อาศัย ⏳
หนึ่งในหัวใจสำคัญที่หลายฝ่ายกำลังจับจ้องและคาดหวัง นั่นก็คือ "มาตรการรัฐ" ที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 มิถุนายน 2569 นี้ ซึ่งหากได้รับการต่ออายุออกไป จะเป็นเหมือนลมใต้ปีกที่ช่วยพยุงตลาดอสังหาฯ ให้ก้าวผ่านช่วงเวลาที่ท้าทายไปได้ค่ะ มาตรการที่สำคัญ ได้แก่:
- การผ่อนปรนหลักเกณฑ์ LTV (Loan-to-Value) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
- LTV คืออะไรคะ? คืออัตราส่วนสินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกันที่ธนาคารจะอนุมัติให้กู้ซื้อบ้านหรือคอนโดค่ะ หากมีการผ่อนปรนเกณฑ์นี้ ผู้ซื้อจะสามารถกู้ได้ในวงเงินที่สูงขึ้น เช่น 90-100% ของราคาบ้าน ทำให้ลดภาระเงินดาวน์ลงได้มากค่ะ
- มาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนอง
- มาตรการเหล่านี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่ผู้ซื้อต้องจ่ายในวันโอนกรรมสิทธิ์ ทำให้การตัดสินใจซื้อบ้านง่ายขึ้นมากค่ะ
ทำไมการต่ออายุมาตรการรัฐจึงสำคัญต่อทั้งผู้ซื้อและผู้ประกอบการคะ? ✨
การต่ออายุมาตรการเหล่านี้ ไม่ได้ช่วยแค่ผู้ซื้อเพียงอย่างเดียวนะคะ แต่ยังส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องด้วยค่ะ
1. ลดภาระการเงินให้ผู้ซื้อบ้าน 💰
-
เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น: การผ่อนปรน LTV ทำให้คนที่มีเงินดาวน์ไม่มาก สามารถขอสินเชื่อได้ง่ายขึ้น กู้ได้ในวงเงินที่สูงขึ้น ทำให้ความฝันในการมีบ้านหลังแรกเป็นจริงได้เร็วขึ้นค่ะ
-
ประหยัดค่าใช้จ่ายก้อนแรก: การลดค่าโอนและค่าจดจำนอง ช่วยให้ผู้ซื้อประหยัดเงินในกระเป๋าได้หลายหมื่นบาท ซึ่งเงินก้อนนี้สามารถนำไปใช้ในการตกแต่งบ้าน หรือเป็นเงินทุนสำรองได้ค่ะ
-
สนับสนุนการขยับขยายที่อยู่อาศัย: มาตรการนี้ยังเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มที่ต้องการซื้อบ้านหลังที่สองเพื่อขยับขยาย หรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ด้วยค่ะ
2. พยุงตลาดอสังหาฯ และเศรษฐกิจโดยรวม 🏗️
-
สร้างความเชื่อมั่น: การมีมาตรการรัฐที่ชัดเจนและต่อเนื่อง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นทั้งในฝั่งผู้ประกอบการและผู้บริโภค ทำให้บรรยากาศการซื้อขายคึกคักมากขึ้นค่ะ
-
ลดภาวะหนี้ครัวเรือน: คุณอิสระ บุญยัง ยังชี้ให้เห็นว่า การต่ออายุ LTV จะช่วยลดภาวะหนี้ครัวเรือนที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน สนับสนุนการบริหารจัดการทรัพย์สินรอการขาย (NPA) ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) และสถาบันการเงินได้ดียิ่งขึ้น
-
ไม่กังวลเรื่อง Over-supply: คุณอิสระ ยังยืนยันว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องภาวะอสังหาฯ ล้นตลาดนะคะ เพราะอุปทานในปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทาย ผู้ประกอบการเองก็ระมัดระวังในการเปิดโครงการใหม่ และผู้บริโภคก็ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น การต่ออายุ LTV จึงเป็นการประคับประคองให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้ค่ะ
ข้อเสนอจาก 3 สมาคมอสังหาฯ ถึงภาครัฐ: "เพื่อบ้านที่ยั่งยืนและการเติบโต" 🏘️
เพื่อขับเคลื่อนตลาดอสังหาฯ ไทยให้ก้าวต่อไป 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ประกอบด้วย สมาคมอาคารชุดไทย, สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร และสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้มีการเคลื่อนไหวและยื่นข้อเสนอสำคัญต่อภาครัฐ ดังนี้ค่ะ
1. ขยายเวลาผ่อนปรน LTV ออกไปอีก 1 ปี 📆
คุณประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย ได้เข้าหารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเสนอให้มีการต่ออายุมาตรการผ่อนปรน LTV ออกไปอีก 1 ปี หรือจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2570 เพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น และช่วยพยุงตลาดให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ท้าทายนี้ไปได้ค่ะ
2. มาตรการด้านค่าใช้จ่ายและภาษีที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัย 💸
นอกจากเรื่อง LTV แล้ว ยังมีการหารือกับกระทรวงการคลังเกี่ยวกับมาตรการสำคัญอื่นๆ เพื่อลดภาระของผู้ซื้อและผู้ประกอบการนะคะ ได้แก่:
-
ลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนอง: เพื่อลดค่าใช้จ่ายก้อนแรกในการซื้อที่อยู่อาศัย
-
ลดภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง: เพื่อลดภาระภาษีที่เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ต้องจ่ายในแต่ละปี
-
ปรับปรุง พ.ร.บ. ทรัพย์อิงสิทธิ: ให้มีการขยายอายุสัญญาเช่าเป็น 60 ปี ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักลงทุนและผู้ซื้อชาวต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในตลาดอสังหาฯ ไทยได้มากขึ้นค่ะ
3. สนับสนุน "Green Economy" ในภาคอสังหาฯ 🌳
คุณสุนทร สถาพร นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร ยังได้เตรียมยื่นข้อเสนอมาตรการ "Green Economy" สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ต่อรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อสนับสนุนการพัฒนาและซื้อบ้านประหยัดพลังงาน ผ่านมาตรการทางการเงินต่างๆ เช่น:
-
ลดภาษีธุรกิจเฉพาะ: ให้เหลือเพียง 1.65% เพื่อกระตุ้นให้ผู้ประกอบการหันมาพัฒนาโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
-
ลดภาษีที่ดินฯ: 50% สำหรับโครงการที่เน้นการประหยัดพลังงาน
-
เพิ่มวงเงินกู้เพื่อก่อสร้างโครงการ: เป็น 70-80% เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการ
-
อัตราดอกเบี้ยพิเศษ: สำหรับผู้ที่กู้ซื้อบ้านประหยัดพลังงาน เพื่อจูงใจให้ผู้บริโภคเลือกที่อยู่อาศัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมค่ะ
สรุป: ความหวังที่รอการตอบรับจากภาครัฐ 🎯
สถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยในช่วงต้นปี 2569 แม้จะมีการฟื้นตัวเล็กน้อยในบางจุด แต่ก็ยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกและกำลังซื้อภายในที่ยังต้องระมัดระวัง มาตรการจากภาครัฐ โดยเฉพาะการต่ออายุการผ่อนปรน LTV และมาตรการลดค่าใช้จ่ายต่างๆ จึงเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น และกระตุ้นให้ตลาดอสังหาฯ กลับมาคึกคักอีกครั้งค่ะ
พวกเราชาว Luckproperty หวังเป็นอย่างยิ่งว่าภาครัฐจะพิจารณาข้อเสนอเหล่านี้ เพื่อให้ภาคอสังหาฯ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ได้เดินหน้าต่อไปอย่างเข้มแข็ง และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยให้คนไทยหลายคนสามารถสานฝันการมีบ้านของตัวเองให้เป็นจริงได้ในที่สุดนะคะ
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:
-
Good Pro Estate Co., Ltd. (ผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร)
-
📞 โทร: 097-236-5987, 084-644-9282
-
📱 LINE: @goodproestate
-
🌐 เว็บไซต์: www.luckproperty.com | www.goodproestate.com
#ตลาดอสังหา
#มาตรการรัฐ
#LTV
#ลดค่าโอนจำนอง
#กู้ซื้อบ้าน
#ซื้อคอนโด
#Luckproperty
#GoodProEstate