ดอกเบี้ยบ้านขึ้นไม่หยุด! 😱 ผ่อนเพิ่มเท่าไหร่? กู้ซื้อบ้านยังไงให้รอดในยุคดอกเบี้ยขาขึ้น
Home Financing2 พฤษภาคม 2569

ดอกเบี้ยบ้านขึ้นไม่หยุด! 😱 ผ่อนเพิ่มเท่าไหร่? กู้ซื้อบ้านยังไงให้รอดในยุคดอกเบี้ยขาขึ้น

สถานการณ์ดอกเบี้ยบ้านที่ปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ หรือกำลังวางแผนกู้ซื้อบ้านในฝัน ก็คงอดกังวลใจไม่ได้ใช่ไหมคะ? เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายมีการปรับขึ้น นั่นหมายถึงภาระค่าใช้จ่ายในการผ่อนสินเชื่อบ้านของคุณอาจเพิ่มขึ้นตามไปด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยค่ะ 💸 โดยมีการประเมินกันว่า หากดอกเบี้ยนโยบายปรับขึ้นทุก ๆ 1% อาจส่งผลให้ภาระการผ่อนสินเชื่อบ้านของคุณเพิ่มขึ้นถึงประมาณ 7% เลยทีเดียว

ในบทความนี้ Luckproperty จะพาคุณมาเจาะลึกถึงสาเหตุที่ดอกเบี้ยบ้านปรับตัวสูงขึ้น พร้อมชวนมาคำนวณดูว่าภาระผ่อนต่อเดือนของคุณจะเพิ่มขึ้นเท่าไหร่เมื่อดอกเบี้ยขยับ และที่สำคัญที่สุด เรามีทางออกและคำแนะนำดี ๆ มาฝาก เพื่อให้คุณสามารถรับมือกับสถานการณ์ดอกเบี้ยขาขึ้นได้อย่างมั่นใจและไม่กระทบกระเทือนการเงินมากจนเกินไปค่ะ ตามมาดูกันเลยนะคะ!

คอนโดแต่งใหม่ สไตล์สวย ใกล้ BTS วงเวียนใหญ่ พร้อมอยู่ เฟอร์ครบ เครื่องใช้ไฟฟ้าครบ แอร์ 2 ตัว ฟรีค่าโอน
คอนโดมิเนียม

คอนโดแต่งใหม่ สไตล์สวย ใกล้ BTS วงเวียนใหญ่ พร้อมอยู่ เฟอร์ครบ เครื่องใช้ไฟฟ้าครบ แอร์ 2 ตัว ฟรีค่าโอน

,
1 นอน
1 น้ำ
ราคาเริ่มต้น฿1,850,000
ดูรายละเอียด

ทำไมดอกเบี้ยบ้านถึงปรับตัวสูงขึ้น? 🤔

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมอยู่ ๆ ดอกเบี้ยบ้านที่เราผ่อนอยู่ หรือดอกเบี้ยที่เราเล็งจะกู้ซื้อบ้านถึงมีการเปลี่ยนแปลง คำตอบหลัก ๆ ก็คือ รูปแบบของอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านและปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบโดยตรงค่ะ

โดยทั่วไปแล้ว สถาบันการเงินมักจะเสนอแพ็คเกจสินเชื่อบ้านในลักษณะที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ในช่วงปีแรก ๆ เช่น คงที่ 3 ปีแรกที่ 3.5% ต่อปี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้กู้จะทราบยอดผ่อนที่แน่นอนและสามารถวางแผนการเงินได้ง่ายขึ้น แต่หลังจากนั้น ดอกเบี้ยจะเปลี่ยนเป็นแบบลอยตัว หรือที่เรียกว่า "ดอกเบี้ยลอยตัว" เช่น อัตราดอกเบี้ย MRR-1 (Minimum Retail Rate ลบด้วยส่วนลด) ซึ่งหมายความว่าอัตราดอกเบี้ยที่คุณต้องจ่ายนับตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป จะขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ย MRR ของธนาคารในขณะนั้นค่ะ

แม้ว่าแต่ละธนาคารจะกำหนดอัตราดอกเบี้ย MRR ไม่เท่ากันเป๊ะ แต่การปรับขึ้นหรือลงของ MRR มีปัจจัยที่คล้ายกันเข้ามาเกี่ยวข้องค่ะ ได้แก่:

  • อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก: หากธนาคารปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝาก ก็อาจส่งผลให้ต้นทุนของธนาคารสูงขึ้น และต้องปรับ MRR ตาม

  • อัตราเงินเฟ้อ: เมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้น ธนาคารกลางก็อาจต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ

    บ้านเดี่ยวหลังมุม Centro ราชพฤกษ์–สวนผัก บนที่ดิน 72.9 ตร.วา สวนร่มรื่น วิวเปิดโล่ง ตรงข้าม Bike Lane 750 เมตร พร้อมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบ เดินทางสะดวก ใกล้ทางด่วนและรถไฟฟ้า
    บ้านเดี่ยว

    บ้านเดี่ยวหลังมุม Centro ราชพฤกษ์–สวนผัก บนที่ดิน 72.9 ตร.วา สวนร่มรื่น วิวเปิดโล่ง ตรงข้าม Bike Lane 750 เมตร พร้อมเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไฟฟ้าครบ เดินทางสะดวก ใกล้ทางด่วนและรถไฟฟ้า

    บางกรวย, นนทบุรี
    4 นอน
    4 น้ำ
    ราคาเริ่มต้น฿9,990,000
    ดูรายละเอียด
  • อัตราดอกเบี้ยนโยบาย: นี่คือปัจจัยสำคัญที่สุดค่ะ ซึ่งกำหนดโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทย หาก กนง. มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ก็มักจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย MRR ของแต่ละธนาคารปรับเพิ่มขึ้นตามไปด้วยค่ะ ณ ปัจจุบัน ธนาคารแห่งประเทศไทยได้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ต่อปี แต่การเปลี่ยนแปลงในอนาคตย่อมส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญแน่นอนค่ะ

ผ่อนบ้านเพิ่มเท่าไหร่ เมื่อดอกเบี้ยขยับ? 💸 มาดูกรณีตัวอย่างกันค่ะ

เมื่อทราบกันแล้วว่าดอกเบี้ย MRR มีผลกระทบกับผู้ผ่อนชำระในช่วงดอกเบี้ยลอยตัว คราวนี้เรามาดูกันว่า ถ้าดอกเบี้ยปรับสูงขึ้นจริง ๆ คุณจะต้องผ่อนบ้านเพิ่มขึ้นเท่าไหร่บ้างจากสถานการณ์จริงที่อาจเกิดขึ้นได้ค่ะ

กรณีที่ 1: เพิ่งเริ่มผ่อนบ้าน หรือกำลังจะกู้ใหม่

สมมติว่าคุณกู้เงินซื้อบ้านจำนวน 1 ล้านบาท กำหนดผ่อนชำระ 20 ปี (240 งวด) โดยมีแพ็คเกจดอกเบี้ยคือ 3 ปีแรกคงที่ที่ 3.5% ต่อปี และปีที่ 4 เป็นต้นไปเป็นดอกเบี้ยลอยตัว

  • สถานการณ์เดิม: หาก MRR เดิมอยู่ที่ 7% ต่อปี
  • คุณจะต้องผ่อนชำระประมาณ 7,085 บาทต่อเดือน
  • เมื่อดอกเบี้ย MRR ปรับขึ้นเป็น 8% (เพิ่มขึ้น 1%) ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไป
  • หากคุณยังต้องการผ่อนชำระให้หมดภายใน 20 ปีเท่าเดิม เงินงวดผ่อนชำระจะเพิ่มเป็นประมาณ 7,460 บาทต่อเดือน

  • เท่ากับว่าคุณจะต้องผ่อนเพิ่มขึ้นเดือนละ 375 บาท

  • คิดเป็นมูลค่าเงินต้นรวมดอกเบี้ยที่คุณต้องผ่อนชำระเพิ่มขึ้นตลอดสัญญาถึง 90,000 บาท เลยทีเดียวค่ะ (ต่อเงินกู้ 1 ล้านบาท)

    บ้านเช่าหลังมุมทำเลทอง! จ่ายแค่ 3 หมื่นบาท ออฟฟิศก็ได้ สต็อกของก็ปัง พื้นที่จัดเต็ม 230 ตร.ม. คาซ่าวิลล์ คลอง 2 จองด่วน
    บ้านเดี่ยว

    บ้านเช่าหลังมุมทำเลทอง! จ่ายแค่ 3 หมื่นบาท ออฟฟิศก็ได้ สต็อกของก็ปัง พื้นที่จัดเต็ม 230 ตร.ม. คาซ่าวิลล์ คลอง 2 จองด่วน

    ธัญบุรี, ปทุมธานี
    ราคาเริ่มต้นติดต่อสอบถาม
    ดูรายละเอียด
  • หรืออีกทางเลือกหนึ่ง: หากคุณต้องการผ่อนชำระด้วยยอดเงินเท่าเดิมคือ 7,085 บาทต่อเดือน คุณจะต้องขยายระยะเวลาการผ่อนออกไปเป็นประมาณ 271 งวด หรือประมาณ 22-23 ปี ซึ่งนานขึ้นกว่าเดิมเกือบ 3 ปีเลยนะคะ

ตัวอย่างนี้ชี้ให้เห็นว่า ดอกเบี้ยที่ขยับขึ้นเพียง 1% ก็ส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาระผ่อนชำระรายเดือนและภาระรวมตลอดอายุสัญญาได้เลยค่ะ และสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจกู้ซื้อบ้าน ดอกเบี้ยที่สูงขึ้นก็จะทำให้ความสามารถในการกู้ลดลงด้วย เพราะธนาคารจะพิจารณายอดผ่อนชำระต่อเดือนที่สูงขึ้นนั่นเองค่ะ

กรณีที่ 2: ผ่อนบ้านมาสักพักแล้ว (เช่น 10 ปี)

สมมติว่าคุณกู้เงินซื้อบ้านจำนวน 1 ล้านบาท และมีแพ็คเกจดอกเบี้ย รวมถึงยอดผ่อนชำระ 7,085 บาทต่อเดือนเช่นเดียวกับกรณีแรก

  • สถานการณ์เดิม: คุณผ่อนชำระมาแล้ว 10 ปี (120 งวด) และมีการตัดเงินต้นไปแล้ว คงเหลือเงินต้นประมาณ 612,706.31 บาท โดยมีอัตราดอกเบี้ย MRR เดิมอยู่ที่ 7%

  • เมื่อดอกเบี้ย MRR ปรับขึ้นกะทันหันเป็น 8% ตั้งแต่ปีที่ 11 เป็นต้นไป

  • หากคุณยังคงผ่อนชำระเดือนละ 7,085 บาทเท่าเดิม เงินจำนวนนี้จะไปตัดดอกเบี้ยได้มากขึ้น ทำให้เงินต้นถูกตัดได้น้อยลง ส่งผลให้ระยะเวลาการผ่อนยืดยาวออกไป

  • แต่ถ้าคุณต้องการผ่อนให้หมดภายในระยะเวลา 20 ปีเท่าเดิม คุณจะต้องปรับเพิ่มยอดผ่อนชำระต่อเดือนสำหรับงวดที่เหลือเป็นประมาณ 7,450 บาทต่อเดือน

  • เท่ากับว่าคุณจะต้องผ่อนเพิ่มขึ้นเดือนละ 365 บาท สำหรับ 120 งวดที่เหลือ

  • คิดเป็นมูลค่าเงินต้นรวมดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นเฉพาะในส่วนที่เหลือประมาณ 43,800 บาท (เมื่อรวมกับส่วนที่ผ่อนไปแล้วจะเท่ากับ 1,744,200 บาท เทียบกับ 1,700,400 บาทเดิม)

จะเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นผ่อนหรือผ่อนมาแล้ว ดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นก็ล้วนส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดในกระเป๋าของคุณทั้งสิ้นเลยนะคะ

กรณีที่ 3: ดอกเบี้ยขึ้นเพียง 0.25% ก็กระทบได้! (ตัวอย่างจาก ธ.อ.ส.)

บางครั้งดอกเบี้ยอาจไม่ได้ปรับขึ้นพรวดเดียว 1% แต่ปรับขึ้นทีละเล็กละน้อย เช่น 0.25% ซึ่งหลายคนอาจมองข้ามไป แต่รู้ไหมคะว่าแม้แต่การปรับขึ้นเพียง 0.25% ก็ส่งผลให้ภาระผ่อนของคุณเพิ่มขึ้นได้เช่นกันค่ะ

จากตัวอย่างของธนาคารอาคารสงเคราะห์ หากคุณกู้เงิน 3,000,000 บาท และมีการปรับดอกเบี้ยขึ้นทุก ๆ 0.25% ภาระผ่อนจะเปลี่ยนแปลงดังนี้ค่ะ

| อัตราดอกเบี้ย | ยอดผ่อนชำระต่อเดือน (บาท) | เงินที่เพิ่มขึ้นเมื่อดอกเบี้ยขึ้น 0.25% (บาท) |

|---|---|---|

| 6.00% | 20,000 | 0 |

| 6.25% | 20,500 | +500 |

| 6.50% | 21,000 | +500 |

| 6.75% | 21,500 | +500 |

| 7.00% | 22,100 | +600 |

| 7.25% | 22,600 | +500 |

| 7.50% | 23,100 | +500 |

| 7.75% | 23,700 | +600 |

| 8.00% | 24,200 | +500 |

| 8.25% | 24,700 | +500 |

| 8.50% | 25,300 | +600 |

| 8.75% | 25,800 | +500 |

จะเห็นได้ว่าทุก ๆ การปรับขึ้น 0.25% คุณจะต้องผ่อนเพิ่มขึ้นประมาณ 500-600 บาทต่อเดือนเลยนะคะ ซึ่งรวม ๆ กันแล้วก็เป็นจำนวนเงินที่ไม่น้อยเลยค่ะ

ทางออกเมื่อดอกเบี้ยบ้านพุ่ง: รีไฟแนนซ์ช่วยได้ไหม? 💡

เมื่อดอกเบี้ยบ้านปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ที่กำลังผ่อนบ้านอยู่ก็คงรู้สึกหนักใจไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ แต่ไม่ต้องกังวลใจไปค่ะ เพราะยังมีอีกหนึ่งทางเลือกสำคัญที่สามารถช่วยลดภาระดอกเบี้ยลงได้ นั่นก็คือ "การรีไฟแนนซ์บ้าน" นั่นเองค่ะ

การรีไฟแนนซ์คือการที่คุณยื่นขอสินเชื่อบ้านก้อนใหม่กับธนาคารเดิมหรือธนาคารแห่งใหม่ เพื่อนำเงินก้อนใหม่นั้นไปโปะหนี้ก้อนเก่าให้หมดไป โดยมีเป้าหมายหลักคือการได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าเดิมค่ะ โดยส่วนใหญ่แล้ว การรีไฟแนนซ์มักจะทำได้หลังจากที่คุณผ่อนบ้านกับธนาคารเดิมมาแล้วอย่างน้อย 3 ปีนะคะ

ข้อดีของการรีไฟแนนซ์เมื่อดอกเบี้ยขาขึ้น:

  • ลดภาระดอกเบี้ย: เป็นประโยชน์หลักของการรีไฟแนนซ์เลยค่ะ ธนาคารมักจะเสนอแพ็คเกจสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าแพ็คเกจเดิม เพื่อดึงดูดลูกค้าใหม่หรือรักษาลูกค้าเก่าที่ดี

  • ลดค่างวดต่อเดือน: เมื่อดอกเบี้ยลดลง ยอดผ่อนชำระต่อเดือนของคุณก็จะลดลงตาม ทำให้มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดีขึ้นค่ะ

  • ยืดระยะเวลาผ่อนชำระ: หากต้องการลดภาระรายเดือนลงอีก คุณอาจเลือกที่จะยืดระยะเวลาการผ่อนชำระออกไป ซึ่งจะทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนเบาลงไปอีกค่ะ (แต่ก็อาจจะทำให้เสียดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญาสูงขึ้นเล็กน้อยนะคะ)

  • ได้เงินก้อนเพิ่มเติม: บางกรณีคุณอาจสามารถขอสินเชื่อส่วนเพิ่ม (Top-up loan) เพื่อนำไปใช้จ่ายอื่น ๆ ที่จำเป็นได้ด้วยค่ะ

สิ่งที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจรีไฟแนนซ์:

แม้การรีไฟแนนซ์จะดูน่าสนใจ แต่ก่อนตัดสินใจ คุณควรศึกษาข้อมูลและพิจารณาให้รอบคอบถึงความคุ้มค่าโดยรวมนะคะ

  1. เปรียบเทียบแพ็คเกจสินเชื่อใหม่: อย่าดูแค่ดอกเบี้ยปีแรก ๆ ค่ะ ควรเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา (เช่น เฉลี่ย 3 ปี, 5 ปี) รวมถึงเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ธนาคารเสนอให้ ว่าแพ็คเกจไหนคุ้มค่าที่สุดในระยะยาว

  2. คำนวณค่าใช้จ่ายในการรีไฟแนนซ์: การรีไฟแนนซ์มีค่าใช้จ่ายบางส่วนที่ต้องพิจารณา ซึ่งอาจรวมถึง:

  • ค่าประเมินมูลค่าหลักทรัพย์: ธนาคารใหม่จะทำการประเมินมูลค่าบ้านของคุณใหม่

  • ค่าธรรมเนียมจดจำนอง: ประมาณ 1% ของวงเงินกู้ใหม่

  • ค่าอากรแสตมป์: 0.05% ของวงเงินกู้

  • ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ: บางธนาคารอาจเรียกเก็บ

  • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ: เช่น ค่าไถ่ถอนจำนอง หรือค่าปรับกรณีผิดสัญญา หากมีเงื่อนไขผูกมัดกับธนาคารเดิม

คุณต้องนำค่าใช้จ่ายเหล่านี้มาคำนวณรวมกับส่วนต่างของดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ เพื่อดูว่าคุ้มค่าจริงหรือไม่ค่ะ

  1. ประวัติการชำระหนี้: หากคุณเป็นลูกหนี้ที่ดี มีประวัติการผ่อนชำระที่สม่ำเสมอ ไม่เคยค้างชำระ มักจะได้รับข้อเสนอแพ็คเกจสินเชื่อที่ดีและน่าสนใจจากทั้งธนาคารเดิมและธนาคารใหม่ค่ะ

สรุป: วางแผนดี มีชัยไปกว่าครึ่ง 🏠✨

ปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นเป็นความท้าทายทางการเงินสำหรับคนผ่อนบ้านและผู้ที่กำลังวางแผนซื้อบ้าน แต่จากข้อมูลที่เรานำเสนอไป จะเห็นว่าทุกปัญหาย่อมมีทางออกเสมอค่ะ สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่คุณต้องตระหนักถึงสถานการณ์ ศึกษาข้อมูล และประเมินความสามารถทางการเงินของตัวเองอย่างรอบด้าน

ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจปรับเพิ่มยอดผ่อนเพื่อร่นระยะเวลา จ่ายเท่าเดิมแต่ยอมรับระยะเวลาผ่อนที่ยาวขึ้น หรือเลือกใช้วิธีรีไฟแนนซ์บ้าน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้คุณสามารถจัดการภาระหนี้สินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ อย่าลืมปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทางการเงินหรือเจ้าหน้าที่ธนาคารเพื่อขอคำแนะนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณมากที่สุดนะคะ

Luckproperty ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่กำลังเผชิญกับความท้าทายนี้ สามารถฝ่าฟันและจัดการเรื่องการเงินบ้านได้อย่างราบรื่นค่ะ ขอให้คุณเป็นเจ้าของบ้านที่มีความสุขและมีอิสรภาพทางการเงินในระยะยาวนะคะ!


ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

  • Good Pro Estate Co., Ltd. (ผู้ให้บริการด้านอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร)

  • 📞 โทร: 097-236-5987, 084-644-9282

  • 📱 LINE: @goodproestate

  • 🌐 เว็บไซต์: www.luckproperty.com | www.goodproestate.com

#ดอกเบี้ยบ้าน

#รีไฟแนนซ์บ้าน

#กู้ซื้อบ้าน

#ผ่อนบ้าน

#อสังหาริมทรัพย์

#Luckproperty

#GoodProEstate

เมนูเพิ่มเติม

เข้าร่วม Agent Club

ลงประกาศฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมฟีเจอร์ AI ช่วยเขียนแคปชัน

เริ่มลงประกาศเลย